Normalization ฟังก์ชันการขึ้นต่อกัน(Function Dependency) ตอนที่ 2

TheWallpaperDB.blogspot.com-_-Miscellaneous-(2)

สวัสดีครับหลังจากทีผมเขียนบทความตอนที่ 1 หลักการและจุดประสงค์ ไปแล้ววันนี้ก็ตามสัญญาผมก็จะมาอธิบายเรื่องของฟังก์ชันการขึ้นต่อกัน หรือ Function Dependency ซึ่งหลักใหญ่ก๋คือการระบุความสัมพันธ์ของแอตทิบิวต์ใน Field  ซึ่งแอตทิบิวต์ที่สามารถระบุค่าในแอตทิบิวต์อื่นๆ ได้เราจะเรียกมันว่า determimant และถ้าแอตทิบิวต์ที่ถูกระบุค่าได้จาก determinant เราจะเรียกมันว่า dependent ซึ่งในทางทฤษฏีเราจะใช้สัญญาลักษณ์ —–> เพื่อเป็นการบอกถึงการขึ้นต่อกัน

หากเราเขียนให้เห็นเป็นรูปภาพนั้นเราก็จะสามารถที่จะเขียนได้แบบนี้ กำหนดให้มี A และ B ซึ่ง B นั้นเป็นการขึ้นต่อ A และเขียนเป็นสัญญาลักษณ์ได้ว่า A —> B ครับผม

Image            สรุปคือ A เป็น determinant ของ B ส่วน และ B เป็น dependent ของ A

            หากเราดูจากรูปด้านบนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก ดังนั้นผมจะสร้าง Database มาให้เพื่อนๆ ดูแล้วอธิบายให้ฟังอีกที

1

จากตัวอย่าง Database ผมจะยกเอา StuNo กับ StuAddress มาประกอบการอธิบาย ซึ่งจะเห็นว่า StuNo นั้นเป็น determinant ของ StuAddress หรือพูดง่ายๆ ว่า StuAddress นั้นขึ้นกับ StuNO ถ้าแปลเป็นภาษาคนก็คือ StuNo เป็นหมายเลขของนักศึกษาซึ่งใช้ในการระบุที่อยู่คือ StuAddress นั้นเองมีความสัมพันธ์แบบ (1:1) แต่หากเรามองในทางกับกัน StuAddress นั้นไ่ม่เป็นฟังก์ชั่นขึ้นต่อ StuNO เนื่องจาก StuAddress ไม่สามารถระบุตัวของนักศึกษาได้ เช่น Changmai ไม่สามารถระบุถึงนักศึกษาได้เพราะนักศึกษาที่อยู่ Changmai มีถึง 2 คน

depent

สำหรับบทความนี้ก็ต้องพอไว้แค่นี้ก่อนคราวหน้าผมจะมาต่อเรื่องการทำ Normal Form หรือ Normalization โดยคราวหน้าจะมาต่อกันเรื่องของ NF1 ,2 ,3 ไปเลยกันที่เดียว

Facebook Comments